วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

ใจเจ็บ เพราะไม่ยอมจบ

หลังจากได้เขียนบทแรกไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องสำรวจใจ บทนี้เลยอยากพูดถึงเรื่องใจต่อไปแต่เป็นสภาวะของใจอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า "ใจเจ็บ" ซึ่งทุกท่านก็คงมีประสบการณ์ที่ต้องผ่านเรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตที่ต้องทำให้ ใจเราเจ็บ ลองมาสำรวจดูกันนะครับว่า เราจะสามารถพิจารณาสภาวะแห่งใจในสภาพตามความเป็นจริง และ เกิดปัญญาเพื่อพิจารณา อันจะทำให้เราไม่ทำร้ายใจของเราได้หรือไม่

อยากให้ท่านลองพิจารณาตามความเป็นจริง ว่าแท้ที่จริง ๆ แล้วคนที่ทำให้เราเจ็บนั้นมิใช่ใคร แต่ เป็นใจของเราเอง หลายครั้งที่คนที่ทำให้เราเจ็บจบไปแล้ว แต่ใจเรายังไม่จบ เรายังคงวนเวียนครุ่นคิดสิ่งที่เกิดขึ้น และทันทีที่คิดเราก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่หัวใจทุกๆครั้งไป เปรียบเสมือนเอามีดมาปักลงบนหัวใจของเราเอง จำนวนครั้งที่คิดก็เท่ากับจำนวนบาดแผลที่เกิดขึ้นบนหัวใจ หรือ เปรียบเสมือนเรากำกระจกที่คมกริบเอาไว้ ทั้งที่รู้ว่ายิ่งกำแน่นก็จะยิ่งเจ็บและบาดแผลก็ยิ่งจะลึกลงไป แต่เราก็ไม่สามารถบอกตัวเองให้คลายมือที่กำเอาไว้เถอะ หรือ เกวี้ยงมันทิ้งไปให้ไกลเถอะ ทำไมใจของเราถึงเป็นเช่นนั้น

หลายครั้งที่เราไม่สามารถปล่อยวางความคิดดังกล่าวของเราได้ คิดวนไปวนมา ซ้ำไปซ้ำมา สะสมความเจ็บปวดและความทุกข์ระทมไว้ในใจ จนกลายเป็นความคิดที่ฝังรากลงไปในระดับจิตใต้สำนึก และเปลี่ยนแปลงกลายเป็นความอาฆาต พยาบาท และการทำร้ายโดยหมายปองให้ผู้ที่กระทำได้รับความเจ็บปวดกลับคืนไป กลายเป็นการกระทำและผลแห่งการกระทำที่ต่อเนื่อง อันก่อให้เกิดการจองเวรจองกรรมกันต่อไปไม่มีที่สุดสิ้น ซึ่งถึงตอนนี้ท่านเห็นแล้วหรือยังว่าต้นเหตุแห่งการกระทำหรือกรรมทั้งหลายล้วนเกิดขึ้นที่ใจ เจ้าของใจเป็นผู้กำหนด ตราบใดที่เรายังไม่สามารถมีสติ และเกิดปัญญาเพื่อพิจารณา และปล่อยวางที่ใจได้เหตุแห่งกรรมก็ไม่มีวันหมดไป

ลองมาพิจารณาต่อว่าเราจะระงับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในใจเราได้อย่างไร ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่าทั้งหลายทั้งปวงล้วนแต่มีใจเป็นผู้กำหนด แต่ธรรมชาติของใจหากไม่ได้รับการฝึกฝนก็เปรียบเสมือนลูกลิงที่ไม่เคยอยู่นิ่งและเต็มไปด้วยความที่ไม่รู้ ไม่รู้ว่าสิ่งใดดีเป็นประโยชน์ หรือสิ่งใดที่เป็นโทษแก่ตัวเอง หลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องลิงแสมจมน้ำตาย ลิงแสมอยากรู้อยากเห็นเอามือแหย่ลงไปในรูปู แล้ก็โดนปูหนีบมือเอามือออกจากรูปูไม่ได้ จนน้ำขึ้นและท่วมลิงตาย เช่นเดียวกันถ้าใจเราไม่มีสติสามารถที่จะพิจารณาให้รู้ถึงสภาพที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงและตามเหตุและปัจจัยได้ ปัญญาที่จะเห็นว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษแก่เราก็ไม่เกิด เราไม่สามารถปล่อยวาง หรือ โยนมันทิ้งไป สุดท้ายเราก็ไม่ต่างอะไรกับลิงแสมที่ต้องจมน้ำตายในที่สุด

หากท่านสามารถมีสติ พิจารณาให้เห็นดังที่ได้กล่าวแล้ว พิจารณาต่อไปอีกให้เห็นถึงประตูแห่
โอกาสที่เปิดขึ้น เพื่อให้ท่านได้พิจารณาถึงข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อันเป็นเหตุให้ต้องเจ็บปวดใจ แล้วมองกลับมาหาที่ตัวเรา เอาอัตตาวางไว้ข้าง ๆ แล้วน้อมใจเพื่อยอมรับข้อผิดพลาดต่าง ๆ เหล่านั้น เพื่อนำไปเป็นสิ่งที่สอนใจ เพื่อไม่ให้ข้อผิดพลาดต่าง ๆ เกิดขึ้นกับเราอีก และเก็บความรู้สึกและความทรงจำที่ดีไว้ สิ่งที่ทำให้ใจเราอบอุ่น เกิดความเข้าใจ และให้อภัย ไม่โทษใคร น้อมใจต่อสิ่งที่ผิดพลาด และเรียนรู้ สะสมเสบียงที่จะใช้ในการเดินทางแห่งหนทางแห่งสุขที่แท้จริง ต่อไป

เจอกันใหม่ในบทต่อไป

ขอความสุขและความเจิรญในธรรมจงมีแด่ผู้ตั้งใจต่อสู้กับอัตตา และผู้ร่วมอนุโมธนา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น